HOT

นี่ เริ่มหนาวจริงๆแล้ว ใช่มั้ยเนี่ย -  -..

++++++++++++++++++++

มากับจดหมายภาค 2  เอามาจากบอร์ด DTH เป็นบอร์ดแฟนคลับ H.O.T ภาษาปะกิดล้วนๆ  มีทั้งรูป ทั้งประวัติ แฟนอาร์ต โดจิน แฟนฟิคก็มี (ถ้าอ่านออก) ถ้าใครสนใจ ก็จิ้มไปดูได้เรย นะฮ้าบบบบ HERE!!

ขอบคุณเครดิต ของคนที่นำบทความนี้มาด้วย

และถ้าจะนำออก ขอให้เอาเครดิตไปด้วยทั้งหมดนะครับ ^^

credit by Dihdi @DTH forum

translate  Eng-Thai by taichi

ว่าแล้ว ก็เตรียมปรับสายตา หาแว่น มาอ่านกันได้เล้ยยยย

.

.

WooHyuk's letter ..


ช่วงเวลาที่ผ่านไป ผมได้พบว่า..

ผมถูกพาตัวมาที่โซล หลังจากที่ชนะการประกวดเต้น ทั้งที่หวาดกลัว หลังจากที่การออดิชั่นและการคัดเลือกมากมาย มีแค่ 5 คนที่ถูกคัดเลือกมา รวมทั้งตัวผมเองด้วย.. ผมได้ถูกพามายังที่พักของบริษัท พร้อมกับเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง ที่ชื่อ โทนี่

ในตอนแรก ระหว่างช่วงเดบิวท์ มันทั้งยากลำบากและเหน็ดเหนื่อย ทุกๆวัน เราต้องฝึกซ้อม วันละ 12-16 ชั่วโมง นั่นเป็นสาเหตุของอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของผมในทุกครั้งที่เต้น .. บางครั้งก็เหนื่อยมากๆ จนไม่สามารถยืนขึ้นมาได้เลย แต่ถึงอย่างนั้น ความตื่นเต้น กระตือรือร้นก็นำพาข้ามผ่านอุปสรรคทั้งหมดไปได้ ทุกครั้งที่ได้เห็นนักร้องคนอื่นๆประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัลในทีวี มีช่อดอกไม้ พร้อมกับเสียงปรบมือกึกก้อง.. พวกเราก็ได้แต่ถามตัวเองว่า “เมื่อไหร่จะเป็นวันนั้นของเราบ้าง?”

แต่ทั้งหมดที่พูดมา มันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อซีดีเพลงเปิดตัวของเราได้ถูกปล่อยออกไป ในที่สุด เราก็มีแฟนเพลงเป็นของตัวเอง ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็มีจดหมายของแฟนๆมา ความทรงจำทุกอย่างในเรื่องนี้ ผมยังจำมันได้ดี แต่ทั้งหมดนี้ก็มาจากพระเจ้า และก็สมเหตุสมผลดี เพราะมันมาทั้งความสุขและความทุกข์ในเวลาเดียวกัน

พอมาถึงอัลบั้มที่ 2 พวกเราก็เผชิญหน้ากับการถูกแบนเพลง เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างมาก  ทั้งถูกผู้คนปฏิเสธ แม้กระทั่งต่อว่า ตำหนิมา แต่พวกเราก็ยังมีแฟนๆมากมายที่สนับสนุนพวกเราอยู่ ไม่ว่าอะไรก็ก็ตาม พวกเราก็เริ่มจะมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ.. 

ในอัลบั้มที่ 3 พวกเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวเพลง หรือสไตล์อื่นๆ พวกเราเปลี่ยนไป และเพราะสาเหตุทั้งหมดนี้ เราต้องอดทนอย่างมาก ผมลดน้ำหนัก 4 กก. ใน 1 เดือน และโทนี่ต้องลดถึง 8 กก. และในส่วนที่แย่ที่สุด คือ ในช่วงเวลาที่บีบคั้นนั้น  โทนี่ต้องทุกข์ทรมานกับ(เป็นไปได้ ที่จะเป็นเรื่อง ความกดดันในตัวเอง) กับเรื่องการร้องเพลงเสียงต่ำ จนเขาอยากจะยอมแพ้ และคิดว่า H.O.Tสามารถไปได้ดี ไม่ว่าจะมี หรือไม่มีเขาก็ตาม และเขามักจะเป็นลมหมดสติไป เนื่องจากความเครียด และความกดดัน ในช่วงเวลานั้น หน้าที่ที่จะต้องคอยดูแลเขา ก็ตกมาอยู่ที่ผม

ผมคอบรับฟังและคอยปลอบที่เขาสบายใจอยู่ทุกวัน ถึงแม้ว่า สิ่งที่ผมทำลงไป อาจจะไม่มีผลเลยก็ตาม และรู้ว่า มันเป็นสิ่งสำคัญเวลาที่มีคนรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังแบบนี้ เพราะแบบนั้น เวลาที่เราล้ม หรือมีความรู้สึกที่ไม่ดี และผมแปลกใจ ที่เริ่มเกิดความรู้สึกดีๆกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ความสนใจในเรื่องต่างๆก็ไม่ตรงกันมาก  หลังจากนั้น ผมก็ต้องขอบคุณฮีจุน ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ผมคิดว่าคงจะต้องถอดใจไปแล้ว แต่พอได้เห็นเลือดที่ไหลออกมาจากริมฝีปากของเขา ผมถึงได้รู้ตัวว่า เขาคือ หัวหน้า คือลีดเดอร์.. เป็นคนที่ได้รับการกดดันมากที่สุด หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมถึงได้เคารพนับถือเขาจากใจจริง อย่างที่ผมไม่เคยได้คิดถึงมาก่อน

หลังจากความลำบากนั้นได้ผ่านไป อัลบั้มที่ 3 ของพวกเราก็ออกมาอย่างได้ ผู้คนมากมายได้รู้จักและสนับสนุนพวกเรามากขึ้น ในอัลบั้มนี้ มีเพลงที่เราแต่งกันเอง ซึ่งมีความสำคัญกับพวกเรามาก ในก่อนวันที่เราจะปล่อยอัลบั้มนี้ออกมา  พวกเราได้นั่งล้อมวง ฟังเพลงในอัลบั้มนี้ด้วยกัน และร้องไห้ เป็นความประหลาดใจ ที่เราสามารถทำได้สำเร็จ และคนที่โดดเด่นที่สุด ก็คือ โทนี่  แม้แต่ตัวของคังทาเอง ก็เห็นด้วย  โทนี่ที่ไว้ผมยาวดูเด่นกว่าใครๆ ในเอ็มวี Hope และ Line Up ลักษณะเด่นของเขาและบรรยากาศแบบตะวันตก ที่เห็นได้ชัด ทรงผมของเขาในตอนนั้นเหมือนกับ โฮสในยุคปี 70  -  -‘’  โชคดีที่ผมได้ตัดผมใน เอ็มวี Hope แต่ผมก็ยังดูเด็กอยู่ดี ^^

ระหว่างช่วงเวลาในอัลบั้มที่ 4 พวกเราที่เคยเหน็ดเหนื่อยและเคยถูกว่ากล่าวมาแล้วนั้น เป็นเพราะพวกเราได้เติบโตขึ้น พวกเราเคยต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่าเดิม มีชื่อเสียงมากขึ้น และมีคนสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ

พวกเราก็ได้มีคอนเสิร์ตกันที่เมน สเตเดี้ยม แต่วันงานกลับมีฝนตกลงมา 

แต่ว่าแฟนๆมารอกันก่อนกำหนดและมีกระแสตอบรับที่ดีมาก พวกเราจึงใส่หัวใจลงไปให้กับการร้องเพลงและการเต้นอย่างเต็มที่ ผมหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น...

ฮีจุนได้รับอุบัติเหตุลื่นบนเวทีจนเขาได้รับบาดเจ็บ เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลยที่หลังเวที และเหงื่อไหล่ออกมาท่วมหน้าผากของเขา  พวกเราทุกคนตะลึงกันมาก พร้อมทั้งรู้สึกราวกับสูญเสียอะไรบางอย่างไป อาจจะเป็นเพราะฮีจุนเป็นหัวหน้าและเป็นจิตวิญญาณของวงเรา เราไม่รู้สึกถึงความสำคัญในการมีเขาอยู่

จนกระทั่งวันนี้ พวกเรารู้สึกเหมือนสูญเสียความสมดุล หรือจะเรียกได้ว่าหัวหน้ากลุ่มของพวกเรา! และเราเริ่มที่จะวิตกกังวล เหล่าสต๊าฟรีบเรียกรถพยาบาลในทันทีทันใด โทนี่และแจวอนใส่เสื้อผ้ากันผิดๆถูกๆ คังทาจับมือของฮีจุนไว้และร้องไห้จนแทบจะหยุดไม่ได้ 

แล้วผมล่ะ?  ผมพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง และแกล้งตบมือพร้อมกันพูดว่า ไปกันเถอะ!” แต่ความจริงแล้ว... ผมกำลังกลัวมาก...ผมเกรงว่านี่อาจจะเป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายของพวกเรา และฮีจุนอาจจะไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป ผมไม่กล้าที่จะคิดอะไรอีกต่อไป และไม่มีกล้าพอที่จะออกไปแสดงได้!! เพราะอาการบาดเจ็บของฮีจุน ผมที่อายุมากเป็นอันดับสองของวง ผมต้องเป็นหัวหน้าของพวกเราแทน...

ในเพลง Line Up แจวอน โทนี่ และผมร้องในท่อนของฮีจุนแทน เมื่อจบท่อนของผม ผมหันไปมองที่แจวอน และเขาเริ่มต่อไปเพอร์เฟคมาก แจวอนอาจจะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุด แต่ว่าเขากลับเป็นคนที่สงบนิ่งที่สุดในวงเรา หลังจากเพลง Git it Up คังทาไปร้องไห้ที่หลังเวที เป็นผลให้เมื่อเราขึ้นไปร้องเพลง Together Forever ดวงตาและจมูกของเขาแดงก่ำ

แฟนๆทุกคนร้องเพลงไปพร้อมกับเรา พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เราอยากจะเข้าไปใกล้ชิดพวกเขามากที่สุดในสายฝน แฟนๆทุกคนร้องไห้ และแจวอนก็เริ่มร้องไห้เหมือนกัน คังทาไม่สามารถร้องเพลงอย่างถูกต้องได้ โทนี่เพลงก็ใช้พลังงานทั้งหมดของเขาไปกับการโบกมือให้กับแฟนๆ ทุกๆคนกำลังร้องไห้ มันทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งใจมากๆ 

เมื่อพวกเรากลับมาที่หลังเวที ฮีจุนใส่ชุดของเพลง I Yah แล้ว เขาลำบากมากในการเก็บซ่อนความทุกข์ของเขา และพูดว่า นี่ก็มาถึงจุดสุดท้ายแล้ว อย่าทิ้งฉันไว้ข้างหลังคนเดียวเลยนะ... 

เมื่อผมได้ยินดังนั้น ผมรู้สึกภูมิใจที่มีฮีจุนเป็นลีดเดอร์ของพวกเราเหลือเกิน... ผมแต่งหน้าเพิ่มเล็กน้อย ก่อนจะไปแต่งให้คังทาด้วยเครื่องสำอางของผมพร้อมทั้งแตะจมูกของเขาและพูดว่า ถ้านายร้องไห้อีกล่ะก็ ฉันจะเอาไอ้นี่ยัดจมูกนาย ในที่สุดคังทาก็ยิ้มออกมา ไม่ว่านี่คือเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม เขาก็ยังคงยิ้มอยู่... 

เมื่อถึงเพลงสุดท้าย “I Yah” ที่เป็นไตเติ้ลแทร็คของอัลบั้ม 4  พวกเราตะโกนสุดเสียง ทุกๆคนเหมือนกำลังบ้าคลั่ง, ตะโกนและร้องไห้ไปในเวลาเดียวกัน พวกเราจะทำทุกอย่างให้ดีและพิเศษที่สุด

หลังจากที่คอนเสิร์ตจบลง คังทาช่วยประคองฮีจุนลงจากเวที และผมอยู่ทางซ้ายของเขาไปตลอดทางลงเวที คนเดียวที่ผมกังวลมากที่สุดไม่ใช่ฮีจุน แต่เป็นคังทา... เพราะว่าเขาไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้ในระหว่างที่ฮีจุนบาดเจ็บ เขาอาจจะไม่สบายไป ที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ ผมชื่นชมเขามาก เขาดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ น่ารัก ใจดี และให้ความช่วยเหลืออย่างที่ทุกๆคนไม่สามารถช่วยได้ แต่ผมชื่นชมในตัวเขา ผมไม่ได้กังวลเกี่ยวกับฮีจุน ผมรู้ว่าไม่มีอะไรสามารถทำร้ายฮีจุนได้

เมื่อลงจากเวที ฮีจุนถูกหามขึ้นรถพยาบาลทันที

การพักผ่อนของพวกเราไม่ได้รับคำอนุญาตจากบริษัท ในขณะเดียวกัน อัลบั้ม I Yah! ก็ขาดตลาด! พวกเราขายได้ 1200 ล้านก๊อปปี้ และชนะรางวัลมากมายในเกาหลี พวกเราต้องเตรียมการแสดงคอนเสิร์ตที่จีน พวกเรามีความสุขมากที่พวกเราเป็นที่นิยมมากในจีน พวกเราจะได้รับผู้สนับสนุนมากมายถ้าเราทำงานที่สำเร็จ

พวกเราเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ Age Of Peace ที่ญี่ปุ่น หลังจากนั้นพวกเราต้องไปเตรียมตัวและเริ่มจัดการกับอัลบั้มที่ 5 ของพวกเรา

นี่เป็นอัลบั้มที่เราได้โปรดิวซ์กันเป็นครั้งแรก พวกเราก็เลยใส่ผลของความพยายาม และความมานะอุตสาหะลงไปอย่างมาก ในซีดีนี้พวกเราได้ได้ดูแลเรื่องการแต่งเพลงต่างๆใน อัลบั้ม ซึ่งหมายความว่า อัลบั้มนี้ เหมือนกับเป็นลูกของเราเลยทีเดียว
เมื่ออัลบั้มที่ถูกปล่อยออกมา พวกเราแทบจะเป็นบ้า ได้แต่ครุ่นคิดถึง “วันที่ดีกว่า” ที่กำลังจะมาถึง แต่แล้วมันก็ดูกลับตาลปัตรไปหมด ทุกๆอัลบั้มที่ได้เตรียมกันมา ก็ต้องผ่านกับตรวจสอบโดยสื่อต่างๆ ก่อนที่จะออกสู่ตลาด.. และ 9 เดือนแห่งความพยายามของเรา ก็ไม่มีเหลือ 
 

2 เพลงที่ถูกแบน เพลงนึงเป็นของคังทา เพลง illusion  ซึ่งพูดถึงการล่อลวงให้เด็กคนหนึ่งติดยา ส่วนอีกเพลงเป็นของโทนี่ เพลงNBK ที่พูดถึงแต่ความหมายในแง่ลบ .. และส่วนที่เลวร้ายที่สุดกำลังค่อยๆคืบคลานเข้ามา 

ในปี 2000 เดือนพฤศจิกายน  คังทาได้ประสบอุบัติเหตุ และคำตำหนิว่ากล่าวทั้งหมด ก็ตกอยู่ที่คังทา SM ได้คิดว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของบริษัท จึงสั่งหยุดการโปรโมตในตอนนั้น ยกเลิกตารางงานทั้งหมดไป และไม่ให้ร่วมทำ อัลบั้มรวมของบริษัท รวมถึงยกเลิกงานคอนเสิร์ตที่จะมีในจีนและญี่ปุ่นด้วย 

คังทาได้แต่เก็บซ่อนตัวอยู่ในห้องทุกวันๆ ร้องไห้ เขาคิดว่า เขาเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด ไม่ว่าจะปลอบเขายังไง เขาก็ไม่ยอมฟัง เอาแต่ขอโทษๆอยู่อย่างเดียว และผลกระทบทั้งหมดนี้ ก็ส่งผลต่อยอดขายของอัลบั้ม ที่ออกมาไม่ดี เป็นอัลบั้มแรกที่ขายได้ไม่ถึงล้านก๊อปปี้ โดยที่  SM ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือใดๆ 

หลังจากช่วงเวลานั้น พวกเราตัดสินใจที่จะยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง ด้วยที่เห็นแก่แฟนๆ พวกเราได้ถามถึงคอนเสิร์ตในจีนอีกครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา เหตุผลก็คือ ต้นสังกัดอยากจะให้เราสนใจแต่งานคอนหลักของเรามากกว่า ความเสียหายในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย พวกเราเจ็บปวด ..รู้ดีว่ามันเป็นแค่เหตุที่ใช้แก้ตัวเท่านั้น.. 

ในเวลาเดียวกันนั้น SM ก็เริ่มมองหานักร้องนักแสดงรุ่นใหม่เข้ามาสมทบเพิ่มเติม.. ตามปกติแล้ว นักร้องในเกาหลีนั้น เวลามีผลงานใหม่ในแต่ละอัลบั้มที่ขายได้ จะได้ 100 วอน แต่สำหรับพวกเรานั้น ได้แค่ 20 วอนเท่านั้น และยังต้องถูกหักเป็นภาษีอีก 7 วอน 

แน่นอนว่า เราทำงานให้บริษัท และสมควรที่จะได้รับรายได้จากบริษัท ผมไม่เข้าใจเลยว่า นี่เป็นสิ่งที่ตอบแทนทั้งหมดจากการทำงานหนักของเรางั้นเหรอ?? หรืออาจจะเป็นเพราะพวกเราโตพอที่จะดูแลตัวเอง หรือว่า พวกเขาไม่ต้องการเราอีกต่อไปแล้ว ในอัลบั้มชุดที่ 5 พวกเราเลือกทางที่จะก้าวเดินต่อไปแล้ว พวกเราเดินไปตามทางรถไฟ กระโดดและทำไฟว์กัน.. จะทำยังไงดีนะ ที่จะขอเวลาทั้งหมดให้หยุดเดินลงแค่ตรงนั้นน่ะ??  

ในปี2001 วันที่ 27 เดือนกุมภาพันธ์ วันที่พวกเราได้มีคอนเสิร์ตครั้งที่ 4 ที่เมนสเตเดี้ยม ตามสัญญาที่เราได้ให้กับแฟนๆเอาไว้ พวกเราได้เน้นย้ำอยู่ตลอดว่า  H.O.T จะไม่แยกวง  H.O.T FOREVER.. ไม่ได้เป็นเพียงการปลอบใจแฟนๆเท่านั้น ยังเป็นการปลอบใจพวกเรากันเองอีกด้วย เพราะผลกระทบจากจุดวิกฤติจะจบลงที่นี่ .. สัญญาของแจวอน โทนี่ และผม กำลังจะหมดลงแล้ว.. 

พวกเราได้เสนอเงื่อนไขต่ำสุดไป แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาอีก พวกเราใจสลาย เราไม่สามารถพูดได้ว่า จะนำเพลงไปสู่โลกกว้าง แต่อย่างน้อยเราก็ทำให้โลกได้รู้จัก SM  อะไรที่ทำให้พวกเราต้องจบลง หลังจากที่ทำงานไปได้ 5 ปี??  อย่างน้อยทำไม ไม่เหลือสิ่งดีๆให้เราบ้าง?? แต่ก็ยังดีที่พวกเรามีแฟนเพลงที่สนับสนุนเราอยู่ เป็นของตัวเอง และพวกเราได้ตัดสินใจ .. การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุด ในสิ่งที่ทำมาตลอด 5 ปีนี้.. 

หลังจากที่ได้คุยกันกับฮีจุนและคังทา คังทาก็ร้องไห้ตลอด ฮีจุนบอกผมว่า “นายน่ะโตแล้ว ก็ควรจะตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง..” และมันก็ทำให้ผมร้องไห้.. เป็นครั้งแรกเลย ที่ผมร้องไห้ต่อหน้าพวกเขา ผมรู้ดีว่าแฟนๆอาจจะต่อว่าพวกเรา รวมทั้งบริษัทด้วย แต่ เราก็ได้ตัดสินใจเลือกทางของเราเองแล้ว.. 

ปี2001 วันที่ 13 เดือนพฤษภาคม.. เราได้ลาออกจาก SM. ออกจากจุดเริ่มต้น เราบอกแค่ว่าจะลาออกจาก SM แต่พวกสื่อกลับรายงานว่า เรากำลังจะทิ้ง H.O.T ไป เมื่อข่าวนั้นแพร่กระจายออกไป พวกเราก็ถูกต่อว่ามา เราไม่อยากออกไปอธิบายใดๆ เพราะตอนนั้นก็ถูกใส่ร้ายอยู่แล้ว .. สิ่งที่ผมกังวลก็เป็นจริงขึ้นมาแล้วสินะ.. 

เหล่าแฟนคลับต่างก็ร้องไห้ คัดค้านและตะโกนว่า “พวกเราต้องการ H.O.T” และเรียกร้องประท้วงเหตุการณ์ในครั้งนี้ แจวอนดื่มจนเมา และพยายามหลบเลี่ยงสื่อ ผมไม่สามารถออกจากบ้าน ไปไหนได้เลย การอ่านจดหมายของแฟนๆ ก็ยิ่งทำให้ผมเจ็บปวดมากขึ้น แต่ผมก็คิดว่า ผมสมควรที่จะได้รับมัน  รู้สึกเสียใจ จนกระทั่งอ่านข้ามมาถึงจดหมายฉบับนี้ ที่เขียนมาว่า .. 

“ชั้นชอบ H.O.T นี้ ที่กล้าเผชิญหน้ากับการตัดสินใจของคุณเอง ถ้าคุณยอม ก็แปลว่าคุณไม่ใช่ H.O.T อีกต่อไป ถึงแม้ว่าชั้นจะต้องเสียใจ แต่ชั้นก็เข้าใจและรู้ในในเหตุผลของคุณ เพราะว่าชั้นรัก H.O.T ชั้นเคารพในการตัดสินใจของคุณ ไม่ว่า H.O.T จะยังอยู่ด้วยกันหรือไม่ ก็ไม่มีผลอะไรต่อชั้น เพราะ H.O.T จะเป็น H.O.T ของชั้นตลอดไป..”

เพื่อที่จะไม่ทำให้แฟนๆต้องผิดหวัง ผมจึงตัดสินใจรวมวงออกอัลบั้ม ร่วมกับแจวอนและโทนี่ พวกเราก็ยังคงติดต่ออยู่กับฮีจุนและคังทาอยู่ แต่ก็ได้แค่ทางโทรศัพท์เท่านั้น

“ฮยอง.. ผมยังคอยรับฟังพี่อยู่นะ..” คังทาพูดกับผมในโทรศัพท์

“ฮยอนนา นายก็โตแล้วนะ คิดดีๆก่อนที่จะทำอะไร อย่าตัดสินใจเร็วนะ เข้าใจมั้ย??”

คังทาและฮีจุนรู้จักติดต่อเพื่อนๆได้ง่ายมาก ไม่เหมือนโทนี่และผม  พวกเรามีกลุ่มเพื่อนกลุ่มเล็กๆ จึงไม่มีที่ทางอื่นที่ YJ จะมองว่า จุนทา GOD หรือแม้แต่ H.O.T เป็น ”ศัตรู”.. สัญญาของทาง SM. กำไรที่เคยได้ ครึ่งหนึ่งมาจาก H.O.T พวกเขาต้องประสบกับการขาดทุนเมื่อต้องเสียพวกเรา 3 คนไป ดังนั้น พวกเขาจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะดึงตัวจุนทาเอาไว้ 

หลังจากการพิจารณา จุนทา ตัดสินใจอยู่กับ SM. ต่อ แล้วปัญหาทางการเงิน ก็ดึงจุนทาเข้าไปในความยุ่งยากนี้ด้วย เป็นเพราะ SM.ปิดบังปัญหาทุกอย่างด้วยเงิน แฟนๆหลายคนโกรธที่ได้ยินข่าวลือว่า จุนทา ยังอยู่ที่ SM. ต่อ เพราะเรื่องเงิน และเริ่มทำร้ายพวกเขาด้วยการขว้างก้อนหินใส่รถที่พวกเขานั่ง  คังทาเสียใจกับเรื่องนี้มาก

 

แล้ววันหนึ่ง คังทาที่มาหาผมที่บ้านกลางดึก พร้อมกับรอยเลือดที่หน้าผาก

“ฮยอง.. ช่วยผมที แม่จะต้องกังวลมากแน่ ถ้าเห็นแผลนี่..” 

ผมช่วยเขาทำแผลให้ แต่ในใจผม กลับเจ็บปวดยิ่งกว่า ผมบอกเขาไปว่า “นี่ ไม่ใช่ความผิดของนายเลย..” แต่คังทากลับพูดว่า

“ไม่เป็นไรฮะ.. แล้วเขาจะเข้าใจเอง..”

หลังจากนั้น ชินฮวาก็ถูกพูดว่า เข้ามาแทนที่ H.O.T แต่เรื่องนี้ ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะผมรู้ดีว่า H.O.T ไม่มีวันที่จะถูกแทนที่ได้เพราะ มุนฮีจุน, จางวูฮยอก, อันซึงโฮ, อันชิลฮยอน และลีแจวอน ก็คือชื่อจริงของ H.O.T

อย่างที่คาดกันเอาไว้, SM. มอบแต่สิ่งดีๆให้ จุนทา และอัลบั้มโซโล่เดี่ยวของพวกเขาก็ขายดีมากๆ คังทาหันมาร้องเพลง แนวแจ๊ส และฮีจุนก็หันไปเอาดีทางด้านเพลงร็อก เหตุผลเดียวที่เขาทำแบบนี้ คือไม่ต้องการให้ H.O.T กลับมารวมกันอีก และพวกเรา JtL ก็พยายามไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกับงานใดๆเลย และต้องขอบคุณ YJ ด้วยที่เข้าใจพวกเรา

หลังจากที่ได้ไปถ่ายเอ็มวีกันที่จีน พวกเราได้รับตั๋วคอนเสิร์ตSM. ในจีน เพื่อที่จะไปดูโชว์พี่ๆของเรา เป็นเหมือนที่ทุกๆครั้ง  ถ้า H.O.T อยู่บนเวที แต่ทุกสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่นั้นก็ยังคงเดิม นอกเสียจากว่า พวกเรา 3 คนไม่ได้อยู่บนเวทีนั้นด้วยกัน..

แล้วจู่ๆคังทาก็ร้องเพลง Hope ขึ้นมาอย่างไม่ได้คาดฝัน เพลงหนึ่งที่เคยทำให้พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจและนำไปสู้ความมีชื่อเสียง แต่ในคราวนี้ มันกลับดึงเอาความจำเลวร้ายนั้นกลับมา.. แฟนๆต่างก็ร้องไห้ และร้องตะโกนว่า H.O.T FOREVER

 

ผมหลับตาลง และทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมา หลังจากการแสดงของ จุนทา.. 

พวกเราได้จากมา .. 

แล้วสิ่งที่ผมกังวลก็เกิดขึ้นอีกครั้ง 4 เพลงในอัลบั้มของพวกเราถูกแบน ถึงแม้จะว่าจะพยายามแล้วก็ตาม  แต่ผมก็ยังพบเจอหนทางที่ผ่านไปของ H.O.T อยู่ทุกๆวัน..

So, what do think guys?

แล้วคุณล่ะ คิดถึงพวกเขามั้ย??..

++++++++++++++++++

แบบว่า ตอนนั้น แปลด้วยอารมณ์หม่น และร้องไห้ไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว..พอนึกถึงเรื่องนี้ ขึ้นมาทีไร มันก็อดไม่ได้ทุกทีสินะ..

อยากให้พวกเด็กๆแคสฯ ได้มาอ่าน จะได้รู้ว่า พวกเราก็เจ็บกับเรื่องนี้มาไม่น้อยเหมือนกัน.. แฟนๆที่รวมกลุ่มประท้วง ร้องไห้หน้าบริษัท

มันไม่มีผล.. มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

.

. 

ปล.  ครั้งหน้า มาอัพแบบรื่นรมย์กันดีกว่านะ 55+